พี่คนนึงถามฉันว่า "เคยมีความรู้สึกเสียใจ หรือเศร้ามากๆ กับความรักบ้างไหม"

ฉันไม่เข้าใจ, เมื่อมองจากภายนอกแล้วฉันเป็นคนไร้ความรู้สึกขนาดนั้นเลยหรอ ?
อาจเพราะฉันมักไม่เศร้าจริงๆ จังๆ ให้คนอื่นเห็น แล้วไหนจะข้อความเยอะแยะที่ฉันเขียนออกไป ซึ่งล้วนแต่เป็นข้อความที่เหมือนกับว่าตัวฉันเองสุขสบายดี แม้ข้อความเหล่านั้นจะดูแย่หรือเศร้าแค่ไหน คนอื่นๆ ก็มองเป็นแค่การพรรณาเรื่อยเปื่อยของฉันเท่านั้น

เปล่าหรอก
ฉันไม่ได้เพ้อเจ้ออย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะนับสิบนับร้อยประโยคที่ฉันพยายามสื่อสารกับคนที่ฉันรัก มันล้วนมาจากความรู้สึก ไม่ความรู้สึกใดก็ความรู้สึกหนึ่ง ถึงบางครั้งจะรู้สึกตรงข้ามกับสิ่งที่บอก ประชดประชันความรักบ้าง ประชดประชันคนที่ฉันรักบ้าง และมีบางถ้อยคำที่ฉันพยายามสื่อสารกับเขา ซึ่งสุดท้ายเขาก็แปลเจตนาของฉันผิดไป กลายเป็นว่าฉันไม่ให้เกียรติเขา ไม่ให้ความเป็นส่วนตัวเขา ไม่ให้ความห่วงใยเขา, บลา บลา บลา...

ใครจะอยากฆ่าคนที่ตัวเองรัก ?
ใครจะอยากลืมคนที่เราอยากใช้ชีวิตด้วย ?
ใครจะอยากไม่สนใจ, ไม่ห่วงใยคนที่สำคัญกับเขามาก ?
ใครจะอยากทำอะไรต่อมิอะไรร้ายๆ กับคนที่เขาอยากจะกอดไว้ให้แน่นที่สุด, คนที่เขาคิดถึงแทบจะขาดใจ ?

นั่นล่ะ, ฉันไม่ได้อยากทำในสิ่งที่พูดมาทั้งหมด รวมทั้งไม่ได้เย็นชาอย่างใครเข้าใจด้วย

ฉันแค่เป็นคนแบบนี้เอง และก็เปลี่ยนให้เป็นอย่างใครเขาไม่ได้ ไม่สามารถแสดงอาการทุกข์ให้ใครเห็นตลอดเวลา ฉันแค่คิดว่าความเศร้าของเราจะแสดงให้คนอื่นสมเพชพร่ำเพรื่อทำไม ? ฉันไม่ได้แกล้งมีความสุขแสร้งยิ้มไปวันๆ หรอกนะ การทำแบบนั้นมันเหนื่อยเปล่า แต่เมื่อไหร่ที่ฉันอยู่กับตัวเองใครจะมองเห็นความเศร้าที่ยิ่งกว่าเศร้านั้นล่ะ ใครเก่งพอที่จะดูแววตาของฉันออกบ้าง เพราะหากมีคนเก่งขนาดนั้นเขาคงจะรับรู้ความทุกข์ที่มีอยู่ในใจของฉันได้, และเขาจะเห็นว่ามันมีอยู่ตลอดเวลา

ฉันให้ค่ากับความรักสูงนะ แต่ภายนอกฉันดูเป็นแบบไหนหรอ ?

ฉันไม่เคยเล่น, พูด, หัวเราะ ได้โดยปราศจากความรู้สึกทุกข์ และส่วนใหญ่มักจะเป็นทุกข์ที่มาจากความรักได้เลย มันคงเป็นความสามารถด้านเลวร้ายของฉันเองที่ยังร่าเริงเสมอแม้ในยามไม่สบายใจ ฉันทำไม่ถูกที่เก็บความรู้สึกจริงๆ ไว้มิดชิดเกินไป จนบางครั้งมันอยู่ลึกจนมองไม่ออกว่า "ชีวิตนี้คนอย่างฉันก็รักเป็น" และคนอย่างฉันรักฝังใจตัวแม่ซะด้วย มันเลยไม่แปลกที่น้อยคนจะมองเห็น เพราะความรักแต่ละครั้งของฉันมักใช้เวลานาน, นานที่พูดถึง คือ การลืมความรู้สึกรัก ฉันรักคนยากมาแต่ไหนแต่ไร ยากพอๆ กับการทำให้คนอื่นมารักฉันน่ะแหล่ะ เพราะฉันเกลียดความฉาบฉวยที่มักจะมาควบคู่กับความรัก หากเราไร้วิจารณญาณที่จะขีดเส้นกั้นระหว่างสองคำนี้เราก็จะถูกคน 'ฉาบฉวย' มาหอบหิ้วความรู้สึกของเราไป และถ้าเป็นแบบนั้นก็น่าเสียใจด้วยจริงๆ เพราะความรู้สึกที่เขาเอาไปนั้นมันเรียกร้องคืนกลับมาไม่ได้

มันเหมือนเราเป็นคนโง่ แต่ไม่ใช่หรอก ฉันว่าเราแค่เอาความจริงใจเข้าแลกเท่านั้นเอง เชื่อฉันเถอะ, เวลาไหนที่เรารู้สึกรัก เราจะไม่มีสติมากพอในการชั่งน้ำหนักระหว่างสองคำที่ว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้เป็นแบบนั้น คือ ความเป็นเพศหญิงของเรา และอีกหลายสิ่งที่ทำให้เราเป็นแบบนั้นคือ การมองโลกในด้านที่เราอยากให้มันเป็น

ฉันชอบมองโลกในสิ่งที่ฉันอยากให้มันเป็น และฉันก็เป็นผู้หญิง, ที่แล้วมาฉันจึงขาด 'สติ' ในการไตร่ตรองความรัก แต่ฉันก็ยังรู้สึกขอบคุณใครก็ตามที่เข้ามาให้ฉันรัก เพราะคนอย่างฉัน 'รัก' ใครจริงๆ ไม่ค่อยเป็น ฉันคิดถึงใครจริงๆ ไม่ค่อยได้ และฉันไม่เคยบอกคนที่ฉันรักว่า 'รัก' ได้จริงๆ ซักที

ไม่เป็นไรถ้าความรักของฉันจะเล็กน้อยสำหรับคนอื่น เพราะที่ผ่านมาความรักจากบางคนก็เป็นสิ่งเล็กน้อยสำหรับฉันเหมือนกัน และเขาก็คงจะกำลังต่อว่า ด่าทอ เสียดสี ว่าร้ายถึงฉันในหน้ากระดาษหรือวงเหล้าที่ไหนซักที่ นั่นเพราะเขาคิดว่าความรักที่ให้ฉันมา 'มีค่า' มากมายแล้ว

ไม่ใช่ฉันมองไม่ออกว่าความรักไหนมีคุณค่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความรักของฉันต่างหาก ฉันไม่ได้รักเขา เขาก็เลยไม่มีความหมายต่อฉัน, ฉันรักอีกคน คนคนนั้นเลยมีค่ากับชีวิตของฉันมาก มันก็แค่นั้นเอง มันขึ้นอยู่กับว่าความรู้สึกมันจะชนกันหรือสวนทางกัน เผอิญฉันยังไม่มีอีกความรักที่เข้ามาชนอย่างจัง, ฉันเลยไม่สมหวัง

ความรักของฉันก็เป็นแบบนี้ ไม่มีค่ามากเกินไป และไม่เล็กน้อยจนเกินไป
ฉันจึงรัก, และรู้สึกว่าความรักของฉันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ

 

.....

บันทึก 7 มิถุนายน 2553 - 22.14 น.
ครองขวัญ

 

 

 

เขียนถึงหนัง "นาคปรก"

posted on 23 Mar 2010 13:17 by yayhang

ไปดูหนังเรื่อง "นาคปรก" มาแล้ว
ไปดูด้วยการบังคับเพื่อนชื่อแตงไปดูเป็นเพื่อนด้วยจ้ะ ^^

ออกตัวก่อนว่าเราเป็นคนที่ดูหนังยากคนหนึ่งเลยนะคะ
หนังเรื่องไหนได้เงินจากกระเป๋าเรานี่นับว่าโชคดีสุดๆ เลย (มั้ง...ฮา)

 

 

มีหลายคำร่ำลือเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ที่เราฟังแล้วต้องถามต่อว่า "มันจริงรึเปล่าวะ"
มีหลายหน่วยงานพยายามจะแบนหรือเซ็นเซอร์หนังเรื่องนี้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้

เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วหนังเรื่องนาคปรกก็มีกฎหมายอย่างพรบ.ภาพยนตร์ คุ้มครองอยู่

ส่วนที่เขาว่าเป็นหนังแรงนั้น โดยทัศนคติส่วนตัวของเราแล้วอยากจะถามกลับไปอีกว่า "มันแรงตรงไหนวะ"

ถ้าจะอ้างฉากที่สิงห์กับน้ำผึ้ง ทำบัดสีบัดเถลิงในกุฎิพระ ก็ไม่น่าเอามาอ้าง

เพราะจริงๆ แล้วฉากนี้ไม่มีอะไรเลย

ถ้าเทียบกับหนังเรตต่ำกว่า 18 ทั่วไป ฉากเข้าพระเข้านางยังแรงกว่านี้มาก

หรือจะอ้างจากเนื้อหาโดยรวม ที่นักแสดงผู้อยู่ในผ้าเหลือง ปฏิบัติกิจหลายอย่างที่พระสงฆ์ไม่ควรทำ
แล้วมันไม่จริงตรงไหนล่ะ ?

สังคมเราทุกวันนี้มีพระสงฆ์จำนวนมากที่ถูกลงโทษทางวินัย ทั้งจับศึก จับขัง ถูกดำเนินคดี
บ้างก็ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ บ้างก็เป็นข่าวเล็กๆ ภายในสังคมที่สื่อเข้าไปไม่ถึง
แต่ไม่ว่าจะกรณีไดก็ถูกชาวบ้านในสังคมประนาม สาปแช่ง
นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า สภาพจริงของสังคมไทยเป็นอย่างไร และคนเลวนั้นมีอยู่ในทุกกลุ่มชน
เรื่องจริงเหล่านี้ทำลายสถาบันศาสนา และลบล้างศรัทธาของพุทธศาสนิกชนมามากต่อมากแล้ว
มาถึงวันนี้ ยังมีคนออกมาบอกว่าหนังเรื่อง "นาคปรก" จะเป็นตัวทำลายพระพุทธศาสนาให้เสื่อมทราม

แล้วมันทำลายอย่างไร?

ซึ่งความจริงแล้วในเนื้อหาของหนัง ไม่ได้หยิบยกเรื่องจริงมาในทุกกรณีด้วยซ้ำ
นี่เป็นเพียงการยกตัวอย่าง

แม้จะไม่ได้ประทับใจทุกฉากในหนังเรื่องนี้
แต่ก็ทำให้ยิ้มแก้มปริตอนออกมาจากโรงภาพยนตร์ได้เหมือนกัน :}

 

ถ้าใครบอกว่าหนังเรื่องนาคปรก "ไม่ดี" หรือ "ไม่ชอบ" คนที่พูดนั้นไปดูมาหรือยัง
อยากให้ไปดูก่อนอ้าปากวิจารณ์ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร และทำไมถึงไม่ดี
ที่ว่าแรงนั้นแรงอย่างไร?

จริงอยู่ที่รสนิยมการดูหนังของคนเราไม่เหมือนกัน เพราะในโลกนี้มีหนังให้เราเลือกดูตั้งหลายแนว
และหนังไทยส่วนใหญ่มักจะเน้นไปในทางเบาสมองซะมาก

หนังไทยส่วนใหญ่จึง เป็นหนังอะไรก็ได้ ง่ายๆ
ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องทำให้นอกกรอบ เพราะเดี๋ยวจะขายไม่ได้
ซึ่งเหตุผลหลักๆ ในการทำหนังนั้นนอกจากจะทำด้วยความชอบแล้ว ที่เหลือคือกำไร

คนเราจะทำหนังทำไม ถ้าไม่มีคนดู จริงมั้ย ??

จึงไม่น่าแปลกที่คนไทยถูกสอนให้เชื่อ มากกว่าถูกสอนให้คิดเอง
ชอบดูหนังที่คนอื่นบอกต่อๆ มาว่าสนุก ดูหนังที่นักแสดงหล่อๆ สวยๆ เล่น
ส่วนเนื้อหาเป็นอย่างไรค่อยว่ากันอีกที

คนไทยไม่ชอบดูหนังที่ขัดต่อความคิดของตนเอง
เช่น เราไม่ชอบ เต๋า สมชาย เราก็จะไม่ดูหนังที่มันเล่น หรือ เราแอนตี้หนังประเภทที่มีฉากลามกอนาจาร

ก็เหมือนกับที่หลายคนกำลังวิจารณ์ว่าหนังเรื่องนาคปรกเป็นหนังไม่ดี เพราะเสนอด้านมืดของศาสนา

ซึ่งความอคติเหล่านี้จะทำให้เรามองข้ามเหตุและผลของหนังไปโดยปริยาย

เมื่อคำว่า ไม่ดี ไม่ชอบ ไม่ถูกต้อง วนเวียนอยู่ในหัวของเรา
เราก็จะหาเหตุผลไม่ได้ว่า
ทำไมหนังเรื่องนี้มันไม่ดีทำไมเราไม่ชอบ หรือทำไมมันไม่ถูกต้อง
ถ้าหากเราลองสลัดความคิดด้านลบเหล่านี้ออกไป การมองหนังแต่ละเรื่องของเราก็จะกว้างขึ้น

กว้างในที่นี้ คือ กว้างทั้งการหาเหตุผลอ้างอิง และกว้างทั้งการเปิดใจยอมรับ

เราจึงนับถือความกล้าของทีมงาน ตั้งแต่ผู้เขียนบท ผู้กำกับ ตลอดจนนักแสดงทุกคน ในหนังเรื่องนี้
พวกเขากล้ามากค่ะ ที่สร้างสรรค์ความแตกต่างให้เกิดขึ้นในวงการหนังไทย ^^

 

ขอปรบมือดังๆ ให้กับทีมนักแสดงเหล่านี้ค่ะ

เต๋า สมชาย เข็มกลัด
  เต๋า เป็นนักแสดงที่ติดอันดับหนึ่งในห้า ของนักแสดงชายที่เราเกลียดที่สุดในประเทศ

  แต่ว่าดูหนังเรื่องนาคปรกแล้ว รู้สึกชื่นชมนักแสดงคนนี้มาก

  อาจเพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยดูหนังที่ เต๋า สมชาย เล่นเลย เราจึงไม่เคยรู้ว่านักแสดงคนนี้ เล่นโคตรเก่ง
  ความเป็นป่าน (หรือปาน) ในหนังทำให้เราประทับใจอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ
  ไม่รู้จะอธิบายออกมาเป็นตัวอักษรยังไงดี แต่มันชอบ "เต๋า" สมชายเข้าแล้วว่ะ

 

 

คุณพี่เร แม็คโดนัล
  นักแสดงคนนี้เป็นเหตุผลหลักๆ ของการเลือกดูหนังเรื่องนี้
  ส่วนหนึ่งที่ชอบ คือ หน้าตา และอีกส่วนที่ชอบ คือ ความทุ่มเทของพี่เค้า

  พี่เร เล่นบทนี้ได้ดิบและเถื่อนจริงๆ (และหล่อจริง คอนเฟิร์ม 55)
  แต่ถ้าให้คะแนน เราชอบคุณเต๋ามากกว่านิดหน่อย

 

คุณพี่เต้ ปิติศักดิ์ คนนี้ไม่เคยอยู่ในสายตาเรามาก่อนเลย ให้ตายเหอะ !!
  แต่ทำไมเค้าเล่นดีงี้อ่ะ - เล่นเรื่องนี้แล้วหล่อมาก ^^

  ความสุขุมของตัวแสดงทำให้เค้าเท่และได้ใจไปเต็มๆ .. แต่ละประโยคที่พูดมันกระแทกใจมากค่ะ
  แอบชอบประโยคที่ว่า "เกิดมารกโลก" ของพระพี่ท่าน :
   เพราะเหมือนจะหลอกด่าอดีตนักการเมืองบางคน (ยิ้ม...)

 

คุณพี่ทราย เจริญปุระ
  คนนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องฝีมือการแสดงค่ะ แม้เราไม่ได้เป็นแฟนตัวยงของพี่ทราย
  แต่นักแสดงคนนี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้เราอยากดูหนังเรื่องนาคปรกค่ะ
  พี่ทรายตีบทแตกกระจุย และทำตัวเหมือนมากอ่ะ (ในแง่ของการแสดงนะคะ)
  จะสังเกตว่าหนังที่พี่ทรายเล่นทุกเรื่องไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง เรื่องนี้ก็ทำให้เราสมหวังอีกตามเคย :P

 ..............................

ถ้าไม่เป็นการยกยอกันจนเกินไป จากทัศนะของเราแล้ว
หนังเรื่อง "นาคปรก" เป็นหนังที่ดูแล้วได้อรรถรสมากกว่าหนังรางวัลออสการ์ บางเรื่องซะด้วยซ้ำ

ที่ว่าได้อรรถรสมากกว่านั้น อธิบายได้แบบนี้ค่ะ...
หนังออสการ์บางเรื่อง เป็นหนังดีก็จริงค่ะ
แต่ว่าดูแล้วมีอยู่อารมณ์เดียว
จะเศร้าก็เศร้าจัดไปเลย จะหนังชีวิตก็ไม่มีมุขตลกแทรกเลย
มันจึงเป็นหนังที่ค่อนข้างน่าเบื่อค่ะ

ส่วนหนังเรื่องนาคปรกเป็นหนังดี และมีหลายอารมณ์อยู่ในเรื่องนี้
มีบางมุมที่ขำขัน บางมุมที่เป็นคำสอน และบางมุมถึงกับทำเราร้องไห้

ออกมาจากโรงภาพยนตร์นี่สุขใจเลยค่ะ

แม้จะไม่ได้ชอบทุกฉากในเรื่อง แต่ดีใจที่มีคนไทยทุ่มแททำเพื่อพระพุทธศาสนาขนาดนี้ ^^

 ....

แต่แอบไม่ชอบตอนจบของหนังแหล่ะ :} (จุ๊ๆ)

 

- ครองขวัญ

ขอบคุณที่มาของภาพจาก : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=556197

:: ของขวัญ ::

posted on 18 Mar 2010 09:37 by yayhang

รับปริญญาแล้วครับทั่น : รับแล้วจริงๆ ครับพี่น้อง !!!

...
ความจริงแล้วรูปที่ถ่ายทั้งนอกรอบ-วันซ้อม-และวันจริงยังไม่ได้จากพี่ช่างภาพเลยค่ะ
วันนี้เลยเอาของขวัญจากวันรับปริญญามาให้ยลกัน ^^

อันนี้เป็นของขวัญจากพี่ที่ทำงานค่ะ 

 

มันยังมีของขวัญจากญาติๆ และเพื่อนๆ ด้วย แต่ทำไมอัพโหลดไม่ได้ก็ไม่รู้สิ --*

....

พอรับปริญญาเสร็จก็โล่งอก-โล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเลยค่า
มันเป็นการรรับปริญญาที่กดดัน เรื่องมาก และน่าหวาดเสียวที่สุด (เราว่านะ)

เดี๋ยวได้รูปจากตากล้องแล้วจะเอามาอวดเพื่อนๆ นะค๊า :}
รับรองสวย คุ้มค่าการรอคอย

 

ครองขวัญ
18-3-53